หน้าเว็บ

13 มิถุนายน 2554

** มุมมองชีวิตของข้าพเจ้าในการเดินทางมาเยือนประเทศลาว **

                                 
                                                                  
             ตอนนี้ข้าพเจ้าอยู่ที่ เมืองลาว หรือประเทศลาว ข้าพเจ้าเดินทางมาเมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2554  ข้าพเจ้ามีความรู้สึกว่า ข้าพเจ้าเคยมาอยู่ที่นี่ และที่นี่เหมือนเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีความรู้สึกผูกพันอยู่ ณ.ที่ประเทศแห่งนี้มาก ผู้คนที่นี่มีแต่รอยยิ้ม มีแต่เสียงหัวเราะ มีแต่ คำว่า "จริงใจ" มอบให้กับข้าพเจ้า เหมือนวันนี้ (1 มิ.ย. 54 ) ที่ข้าพเจ้าได้มีโอกาสได้ไปทำบุญ ที่วัดแห่งหนึ่ง ซึ่งอยู่ใกล้กับที่ ข้าพเจ้าพักอาศัยอยู่ ตอนนี้้ข้าพเจ้าพักอยู่ที่ บ้านไห่ ท่าง่อน เส้นทางเดียวกับที่จะเดินทางไปยัง "ภูเขาควาย" จากตรงที่ข้าพเจ้าพักอยู่นี้ห่างจากภูเขาควาย ไปประมาณ 30 กิโลเมตร เท่านั้น วันนี้เป็นวันพระ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสไปสวดมนต์ไหว้พระที่ วัดบ้านไห่ ซึ่งอยู่ติดกับสะพาน ข้าพเจ้ามีความรู้สึกดีใจมากที่ได้มีโอกาสกลับมาเยือนที่ประเทศลาวอีกครั้งหนึ่ง หลายสิ่งหลายอย่างที่นี่ ทำให้ข้าพเจ้ามีความประทับใจ ไม่ว่าจะเป็นความเป็นอยู่ที่เรียบง่าย  เรียกว่า อยู่ง่าย กินง่าย แต่เมื่อใดก็ตามที่ถึงกำหนดการที่ข้าพเจ้าจะต้องเดินทางกลับเมืองไทย ข้าพเจ้ากลับมีความรู้สึกที่ทำให้ข้าพเจ้ารู้สึกได้ว่า ข้าพเจ้าไม่อยากกลับเลย เพราะที่นี่ให้ความรู้สึกว่า  อบอุ่น เสมอ และทุกสิ่งทุกอย่างที่นี่ช่วยหล่อหลอมให้ข้าพเจ้ารู้จักกับความเข้มแข็งและอดทน  และที่นี่เปรียบเสมือนเป็นบ้านเกิดหลังที่สองของข้าพเจ้า ทุกๆคำพูด ที่พูดว่า " สบายดีเจ้า " ทุกๆรอยยิ้ม ของคนเมืองลาว ทำให้ข้าพเจ้ามีคำว่า รัก และ เมตตา และคำว่า ผูกพัน ไม่ว่าจะเป็นเด็ก หรือเป็นผู้ใหญ่ หรือคนแก่ ก็เข้ามาพูดคุยกับข้าพเจ้า ข้าพเจ้ามีความรู้สึกดีที่ข้าพเจ้าได้คุยเรื่องธรรมะกับผู้อื่น

                                            

            ถึงแม้ข้าพเจ้าจะมีความสุขในการปฏิบัติธรรม แต่ข้าพเจ้าก็มีความทุกข์อยู่ในใจ เหมือนกัน มีคำว่า  " พลัดพราก" คำว่า " เสียใจ " คำว่า "ดีใจ" ข้าพเจ้าก็มีคำเหล่านี้เหมือนกับคนอื่นๆ ข้าพเจ้าไม่รู้ว่า คำว่า " ดี " ของคนอื่นๆ นั้น มีความหมายแค่ไหน แต่สิ่งหนึ่งที่ข้าพเจ้ารู้ คือข้าพเจ้ารู้จักคำว่า เรียนรู้ทำแต่กรรมดี เพื่อช่วยเหลือผู้อื่น ถึงแม้ตัวข้าพเจ้าจะรู้สึกเหนื่อย สักเพียงใด แต่ข้าพเจ้าก็จะมีแต่คำว่า " ให้ " แก่ผู้อื่นเสมอ เสมอ เหมือนดังเช่นในวันนี้ ข้าพเจ้าได้มีโอกาสตั้งชื่อให้กับ เด็กผู้หญิงคนหนึ่ง ชื่อว่า " มาตา "  ชื่อเล่นว่า " หนามเตย " ซึ่งเป็นลูกของลูกศิษย์ของข้าพเจ้าเอง



น้องมาตา หรือ หนามเตย
             ข้าพเจ้าได้เห็นมนุษย์ ทั้งเด็ก ทั้งผู้ใหญ่ ทั้งคนแก่ และได้เห็นแม้กระทั่งความตาย แต่มนุษย์ ได้เห็น บาป หรือ กรรม เหมือนที่ข้าพเจ้าได้เห็นไหมหนอ คนเราเกิดมา มีบาป มีกรรม กันทุกคน แต่คนเราหนีความตาย ไม่พ้น แต่หนีความทุกข์ยากลำบากได้ ถ้าเราขยันและหมั่นเพียร รู้จักกิน รู้จักเก็บ รู้จักใช้ พอมี พออยู่ พอกิน ให้รู้จักทำบุญทำกุศลบ้าง ให้รู้จักแบ่งปันให้กับผู้อื่นที่ด้อยกว่าเรา ก็ถือว่าทำบุญทำกุศลแล้ว ส่วนตัวข้าพเจ้าเองไม่เคยคิดว่าทุกๆคนว่าจะเป็นเหมือนข้าพเจ้า แต่ให้รู้จักทำดี สักครั้งก็ถือว่าเป็นบุญแล้ว  มะ ยะ นะ โต
                                  

           ในบางครั้ง ข้าพเจ้าก็นั่งถอดถอนลมหายใจ แบบคนที่ท้อแท้ ข้าพเจ้าก็มีความทุกข์เป็นเหมือนคนอื่นๆ ข้าพเจ้าก็มีความรู้สึกคิดถึง มีความรู้สึกห่วงใยทุกๆคน ที่รู้จักข้าพเจ้าเป็นเหมือนคนอื่นๆ ทั่วไป แต่ข้าพเจ้าก็เรียนรู้จักใช้ชีวิต และอยากให้ทุกๆคน รู้จักสวดมนต์ภาวานา นั่งสมาธิ ให้รู้จัก รักพ่อและรักแม่ เหมือนกับที่พ่อกับแม่รักเรา แล้วให้รู้จักคิดถึงผู้อื่นก่อนที่ผู้อื่นจะคิดถึงเรา คือให้คิดถึงความดีของเขา สิ่งเหล่านี้จะเป็นความรักที่มีค่ามากที่สุดในโลก ถ้าอยากมีความสุขในชีวิตประจำวันแต่ละวัน ต้องฝึกให้มีรอยยิ้มให้กับผู้อื่นก่อนในแต่ละวัน รอยยิ้มที่เต็มใจจะยิ้มนั้น คือความสุขที่สุดในโลกแล้ว เหมือนผู้อื่นที่มีรอยยิ้มให้ พูดจาดีกับเรา เราก็มีรอยยิ้มตอบกลับและมีคำพูดดีๆ ตอบกลับ ก็ถือว่ามีความสุขในชีวิตประจำวันแล้ว
             ทุกๆ ครั้งที่ข้าพเจ้าได้อยู่คนเดียว หรือ ถึงแม้จะมีผู้คนมาหาข้าพเจ้ามากมาย แต่จิตใจของข้าพเจ้าก็เหมือนอยู่ตัวคนเดียวเรื่อยไป เพราะไม่มีใครเข้าใจความรู้สึกของข้าพเจ้า ว่าข้าพเจ้าเหนื่อย หรือท้อ หรือเจ็บ หรือปวด หรือโกรธ หรือเกลียด หรือชัง มีเพียงตัวของข้าพเจ้าเองเท่านั้นที่รู้ตัวเองดี เพราะข้าพเจ้าได้เรียนรู้ชีวิตของข้าพเจ้า แต่พวกท่านรู้จักชีวิตจิตใจของตัวเองดีแค่ไหน ข้าพเจ้าอยากให้ทุกคนรู้จักชีวิตจิตใจตัวเอง แล้วพวกท่านจะมี  ความสุขในชีวิตที่สุดในโลก คือ " ถ้าตัวเรารู้จักตัวเราเองดี " สุดท้ายนี้ ข้าพเจ้าขอให้ทุกคนมีความสุขความเจริญในการดำเนินชีวิตต่อไปในวันข้างหน้าอย่างมีสติทุกๆคน เทอญ ข้าพเจ้ามีนามว่า " มหาเทพนิลกาล "







1 ความคิดเห็น:

Post Comment: